ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในภาคเหนือของประเทศไทย มีเรื่องราวลี้ลับที่ผู้คนในหมู่บ้านพูดถึงกันมานาน เรื่องราวนี้เกี่ยวกับ "ผีปอบ" ที่เชื่อกันว่ามีอยู่ในหมู่บ้านตั้งแต่สมัยโบราณ
ยายมั่นเป็นหญิงชราที่อาศัยอยู่คนเดียวในบ้านไม้เก่าริมแม่น้ำ ยายมั่นเป็นคนเงียบขรึมและไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้ดีว่าเธอมีความสามารถทางเวทมนตร์ และมีความลับที่ไม่ค่อยมีใครกล้าถามถึง
คืนหนึ่ง เมื่อพระจันทร์เต็มดวง ท้องฟ้ามืดครึ้มและลมพัดแรง เสียงหมาหอนดังก้องไปทั่วหมู่บ้าน ชาวบ้านรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล และเริ่มได้ยินเสียงประหลาด ๆ มาจากบ้านของยายมั่น บางคนเห็นแสงไฟวิบวับออกมาจากหน้าต่างที่ปิดสนิท
หนุ่มสาวในหมู่บ้านกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มที่ชอบท้าทายความเชื่อเก่าแก่ ตัดสินใจเดินทางไปที่บ้านยายมั่น พวกเขาแอบดูจากหน้าต่างและเห็นยายมั่นนั่งสมาธิอยู่หน้าแท่นบูชาที่เต็มไปด้วยเครื่องเซ่นไหว้ มีเสียงกระซิบกระซาบเป็นภาษาโบราณดังออกมาจากปากของยายมั่น
ทันใดนั้น เหล่าหนุ่มสาวก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนและเห็นเงาดำปรากฏขึ้นมาในห้อง พวกเขาตกใจและพยายามจะวิ่งหนี แต่ประตูบ้านของยายมั่นกลับเปิดออกอย่างแรง ยายมั่นเดินออกมาพร้อมกับสายตาที่เยือกเย็น
"พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่?" ยายมั่นถามเสียงเข้ม
หนุ่มสาวไม่กล้าตอบ แต่ความกลัวทำให้พวกเขาหันหลังวิ่งกลับไปที่บ้านของตน เมื่อถึงบ้าน พวกเขาก็พบว่ามีบางสิ่งติดตามพวกเขามา เงาดำนั้นกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่แค่เงา มันเป็นร่างของหญิงสาวที่ดูโกรธเกรี้ยว
พวกเขารู้ทันทีว่านั่นคือผีปอบที่ยายมั่นเรียกขึ้นมาเพื่อข่มขวัญพวกเขา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชาวบ้านไม่กล้าล่วงล้ำเข้าไปในบ้านของยายมั่นอีก และเรื่องราวของผีปอบก็กลายเป็นตำนานที่ถูกเล่าขานต่อกันไปเป็นรุ่นๆ เพื่อเตือนใจให้คนในหมู่บ้านเคารพและไม่ลบหลู่สิ่งที่ตนไม่รู้จัก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น